ไฮเดรนเยีย ดอกไม้เปลี่ยนสีได้ ใช้แทนคำขอบคุณ

สำหรับคนที่ชอบดอกไม้สีสวย ๆ อย่าง ไฮเดรนเยีย มาทำความรู้จักต้นไม้ชนิดนี้ให้มากขึ้น พร้อมวิธีการปลูก การดูแล และประโยชน์ที่มีดีมากกว่าเอาไว้จัดสวนกันค่ะ 

ดอกไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่มีความโดดเด่นมาก ๆ อยู่สองเรื่อง ได้แก่ เรื่องความสวยงาม สดใส และความหมายดี จนผู้คนนิยมนำไปใช้เป็นช่อดอกไม้เจ้าสาว กับเรื่องความสามารถในการเปลี่ยนสีได้ตามค่ากรด-ด่างของดิน วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักต้นไม้ชนิดนี้ให้มากขึ้น ทั้งประวัติ ความหมาย วิธีปลูก การดูแล รวมไปถึงสรรพคุณอีกมากมาย บางทีอาจจะทำให้อยากปลูกเจ้าไฮเดรนเยียไว้ที่บ้านบ้างก็ได้นะคะ

ประวัติไฮเดรนเยีย
ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser. อยู่ในวงศ์ Hydrangeaceae เป็นพืชพื้นเมืองในแถบเอเชียตะวันออก อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ มีถิ่นกำเนิดมาจากจีนและญี่ปุ่น โดยสายพันธุ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันล้วนแล้วแต่เป็นลูกผสมทั้งสิ้น ซึ่งสำหรับชื่อ ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) นั้นมีที่มามาจากภาษากรีกที่แปลว่า Bowl of Water ซึ่งก็มาจาก Water (Hydro) และ Vessel (Angeion)

โดยในต่างประเทศมักจะรู้จักดอกไม้ชนิดนี้ในชื่อ ฮอร์เดนเชีย (Hortensia) ส่วนในไทยก็มีคนเรียกว่า ดอกสามเดือนบ้าง ดอกหกเดือนบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่าจริง ๆ แล้วคนไทยเรารู้จักกับไฮเดรนเยียมาอย่างยาวนาน โดยคาดกันว่าเป็นพรรณไม้นำเข้าจากต่างประเทศมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว เนื่องจากพระองค์มักจะชอบนำดอกไม้นานาชนิดเข้ามาปลูกในพระราชวังอยู่เสมอ

ซึ่งจุดเด่นของดอกไม้ชนิดนี้ นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ก็จะอยู่ที่บางพันธุ์สามารถเปลี่ยนสีของดอกได้ตามค่าความเป็นกรด-ด่าง ของดิน จึงทำให้ผู้คนทั่วไปชื่นชอบการปลูกดอกไม้ชนิดนี้กันมาก

ความหมาย

ดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความนุ่มนวลน่าสัมผัส อีกทั้งยังมีความหมายแฝงแทนคำขอบคุณ เช่น ขอบคุณที่เข้าใจกันหรือขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกัน ทว่าบางคนก็บอกว่าดอกไม้ชนิดนี้สื่อถึงความเย็นชา เนื่องจากสามารถทนกับอากาศหนาวได้เป็นอย่างดี

ลักษณะ

    ลำต้น : ไฮเดรนเยียเป็นไม้ดอกอายุนานหลายปี ลำต้นเป็นทรงพุ่มกว้าง สูงประมาณ 1-3 เมตร อาจจะผลัดใบหรือไม่ผลัดใบก็ได้

       ใบ : ไฮเดรนเยียมีใบเป็นรูปไข่ ปลายแหลม โคนมน ใบค่อนข้างกว้าง หนา ส่วนขอบใบจะหยักแบบฟันเลื่อย

   ดอก : ไฮเดรนเยียออกดอกเป็นช่อ เกิดที่ปลายยอด โดยแต่ละช่อจะประกอบไปด้วยดอกย่อยเล็ก ๆ มากมาย โดยแต่ละชนิดก็จะออกดอกสีสันแตกต่างกันออกไป มีทั้งสีขาว สีแดง สีชมพู สีม่วง และสีฟ้า ซึ่งก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าจุดเด่นของไฮเดรนเยียนั้นอยู่ที่ดอกสามารถเปลี่ยนสีได้ตามค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน กับปริมาณของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ดังนั้นถ้าอยากให้ดอกมีสีน้ำเงินก็ต้องทำให้ดินปลูกมีสภาพเป็นกรด แต่ถ้าหากอยากได้ดอกสีชมพูหรือสีม่วง ก็ให้ทำให้ดินมีค่าเป็นด่าง ส่วนดอกที่มีสีครีมซีดจะเกิดจากดินที่มีสภาพเป็นกลางนั่นเอง   

ดอกไฮเดรนเยีย

วิธีปลูก
ไฮเดรนเยียเป็นพืชที่นิยมปลูกและขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ โดยควรปักชำในฤดูร้อนหรือฤดูฝนจะเหมาะที่สุด ซึ่งวัสดุในการปักชำที่ควรใช้ก็ได้แก่ ขุยมะพร้าวหรือถ่านแกลบกับทรายหยาบ ในอัตรา 2:1 ส่วน จากนั้นก็นำกิ่งไฮเดรนเยียที่ยังไม่ออกดอก ความยาวประมาณ 5-6 นิ้ว มาถอนใบคู่ล่างออก พร้อมตัดใบออกครึ่งหนึ่งเพื่อลดการคายน้ำ จากนั้นก็ปักก้านลงไปในวัสดุปลูก สักประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อเริ่มมีจำนวนและรากที่ยาวเพิ่มขึ้นก็ย้ายลงดินได้เลย โดยดินที่ใช้ในการปลูกควรเป็นดินร่วนปนทราย ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี และมีความชื้นสม่ำเสมอ ซึ่งถ้าใครที่ปลูกลงในแปลงปลูก ก็ให้ปลูกแบบสลับฟันปลา เพราะต้นไม้ชนิดนี้เป็นทรงพุ่มกว้าง ถ้าปลูกติดกันจะเบียดจนทรงไม่สวย และเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย ควรปลูกในที่ร่มและมีอากาศเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 14-18 องศา ชอบแสงแดดรำไร ระวังอย่าให้ต้นโดนแสงแดดจัด ๆ นาน ๆ เพราะอาจจะทำให้ใบอาจจะไหม้และตายได้  

การดูแล
ให้หมั่นดูแลและระวังโรคใบจุด โรคราแป้ง และพวกแมลงศัตรูพืชด้วย ส่วนน้ำให้รดตอนเช้า พยายามอย่ารดให้ดินแฉะจนเกินไป ส่วนปุ๋ยก็ให้ให้ทุก ๆ สัปดาห์ เป็นเวลาติดต่อกันนานประมาณ 2 เดือน หลังย้ายลงดิน

ประโยชน์และสรรพคุณ

ดอกไฮเดรนเยียมักถูกนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องของการประดับตกแต่ง เนื่องจากมีลักษณะสวยงามและสีสันสดใส โดยคนส่วนใหญ่มักจะนำดอกไม้ชนิดนี้ไปใช้เป็นแบล็กดรอป ในงานต่าง ๆ หรือไม่ก็นำไปปลูกเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านเรือนหรือสวน รวมถึงนำไปจัดเป็นช่อดอกไม้สวย ๆ สำหรับเจ้าสาวด้วย

ทว่าจริง ๆ แล้วไฮเดรนเยียก็ยังมีสรรพคุณดี ๆ อื่น ๆ แฝงอยู่เพียบ โดยทางแพทย์ตะวันตกจะนำไฮเดรนเยียไปใช้ในการรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ และโรคนิ่วในไต อีกทั้งบางตำราก็ยังบอกว่าไฮเดรนเยียช่วยแก้อาการคลื่นไส้ ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ลักปิดลักเปิด เกล็ดพอง รูมาติสซั่ม และอัมพาดได้อีกต่างหาก

แถมยังไม่หมดแค่นั้น เพราะการเคี้ยวเปลือกของไฮเดรนเยียยังสามารถช่วยลดอาการปวดท้องหรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้ ส่วนรากก็นำมาใช้สกัดลดไข้ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ใบก็นำไปสกัดรักษาอาการไข้มาลาเลียได้ รวมถึงเรายังสามารถนำไฮเดรนเดียมาใช้พอกแผลได้อีกด้วย

แต่ถึงแม้ไฮเดรนเยียจะมีประโยชน์และสรรพคุณดี ๆ อยู่มากเพียงใด ทว่าก็ต้องนำมาใช้ให้ถูกหลักและผ่านการสกัดเอาสารพิษออกก่อน เพราะต้องบอกเลยว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่มีสารพิษไซยาไนด์ซ่อนอยู่ ถ้าเผลอกินเข้าไปแบบไม่ถูกต้องจะทำให้มีอาการ หน้าซีด ตัวเหลือง คลื่นไส้อานเจียน หรืออาจถึงขั้นทำให้เกิดการช็อก หมดสติ และหัวใจวายได้

   นอกจากจะมีลักษณะและสีสันสวยงามจนผู้คนนิยมนำไปใช้เป็นดอกไม้เจ้าสาวแล้ว ไฮเดรนเยียยังมีประโยชน์และสรรพคุณดี ๆ อีกมากมายเลยทีเดียว ฉะนั้นถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะปลูกดอกไม้อะไรดี ลองดอกไฮเดรนเยียดู ก็น่าสนใจไม่น้อยนะคะ อ้อ แต่ก็อย่าลืมระวังถึงความเป็นพิษของดอกไม้ชนิดนี้ด้วยนะคะ