เปิดคลังอาหาร ”ธรรมกาย” โต้พระมุสา แฉ! พระเปิบเมนูสุดอลัง โซเชียลถาม วัดหรือโรงแรม?

เปิดคลังอาหาร ”ธรรมกาย” โต้พระมุสา แฉ! พระเปิบเมนูสุดอลัง โซเชียลถาม วัดหรือโรงแรม?
เปิดคลังอาหาร ”ธรรมกาย” โต้พระมุสา แฉ! พระเปิบเมนูสุดอลัง โซเชียลถาม วัดหรือโรงแรม?

โลกโซเชียลจับพิรุธวัดพระธรรมกาย พบโรงครัวกักตุนอาหารไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมเมนูสุดอลังการ ไม่ได้อดอยากตามที่พระลูกวัดกล่าวอ้าง

ภายหลังที่พระสนิท วุฒิวังโส วัดพระธรรมกาย ออกมาเปิดเผยว่า อาหารที่สะสมไว้ภายในวัดพระธรรมกายเริ่มลดจำนวนลง ส่งผลให้พระและลูกศิษย์บางรายเริ่มอ่อนล้าลง จึงอยากให้ทางรัฐบาลยกเลิกการใช้มาตรา 44 นั้น ปรากฏว่าเมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้มีความเห็นผ่านทางสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก

โดยผู้ใช้เว็บไซต์พันทิพรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้เพื่อตอบโต้คำกล่าวอ้างของที่พระสนิท วุฒิวังโส อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน พร้อมระบุว่า คำพูดดังกล่าวถือเป็นคำมุสาอย่างชัดเจน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และสื่อมวลชนไปตรวจสอบอาคารคุณรัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง หรือที่เรียกว่า “หอฉันคุณยายจันทร์”

ปรากฏว่า วัดพระธรรมกายได้กักตุนเสบียงไว้ในโกดังที่อยู่ภายในหอฉันคุณยายจันทร์ เป็นจำนวนหลายสิบตัน และโรงครัวขนาดใหญ่โตมโหฬารที่มีมูลค่าถึง 650 ล้านบาท ซึ่งหากกล่าวตามพระธรรมวินัย ต้องถือว่าอาบัติ เนื่องจากคำสอนของพระพุทธองค์ ทรงไม่อนุญาตให้ภิกษุเก็บอาหารกักตุนไว้ข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม กระทู้ดังกล่าวยังได้เผยแพร่ภาพ จำนวนอาหารที่สะสมอยู่ภายในโรงครัวยังมีอยู่เป็นจำนวนมากทั้งข้าวสารและของแห้ง

นอกจากนี้ยังพบเมนูอาหารประจำวันทั้งเช้าเพล อาทิ วันอาทิตย์มื้อเช้า จะเป็นเมนูข้าวต้มซี่โครงหมูเห็ดหอม ส่วนมื้อเพลจะมีอาหารถึง 4 อย่างประกอบด้วย ไก่บ้านต้มขมิ้น น้ำพริกปลาดุกฟูผักสด หมูแดงหมูกรอบกุนเชียงไข่ต้ม ผัดยอดฟักแม้วไฟแดง

วันจันทร์เช้า จะเป็นเมนูเส้นหมี่เย็นตาโฟเกี๊ยวกรอบ และมื้อเพลจะมีอาหาร 4 อย่างเช่น ไข่พะโล้เต้าหู้พ่วงคากิ น้ำพริกหนุ่มผักสด ปลาทัปทิมสมุนไพร ผัดเผ็ดสามสหายน้ำ

วันอังคาร จะมีเมนูมื้อเช้าคือข้าวต้มไก่ธัญพืช ส่วนเมนูเพลจะประกอบด้วยอาหาร 4 อย่างเช่นกันประกอบด้วย แกงคั่วหอยขมใบชะพลู ยำวุ้นเส้นผักรวม ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายหลังกระทู้ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือวัด โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้ากันแน่ ดังนั้นข่าวที่ว่าวัดพระธรรมกายขาดอาหาร พระออกบิณฑบาตไม่ได้ จึงไม่ใช่ความจริง

191บุกรวบอาวุธปืนที่รับจำนำจากผีพนันบอล

191บุกรวบอาวุธปืนที่รับจำนำจากผีพนันบอล
191บุกรวบอาวุธปืนที่รับจำนำจากผีพนันบอล

พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ได้นำกำลังตำรวจ 191 บุกเข้าจับกุมบ้านต้องสงสัยมีสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งตั้งอยู่ใน ซ.คู้บอน 27 แยก 7 เมื่อเข้าตรวจค้นพบอาวุธปืน 6 กระบอก และกระสุนปืนอีกกว่า 600 นัด แบ่งเป็น ปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 3 กระบอก .45 จำนวน 1 กระบอก ขนาด 635 จำนวน 1 กระบอก และปืนลูกซองสั้น 5 นัด อีก 1 กระบอก โดยมีหญิงที่อ้างเป็นแม่บ้านเฝ้าบ้านอยู่ ซึ่งตำรวจคาดว่า ของกลางทั้งหมด น่าจะเป็นอาวุธปืนที่คนที่เล่นเสียพนันบอล มาจำนำไว้กับเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการพนันโต๊ะบอลด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังขยายผลล่าตัวเจ้าของบ้านตัวจริงต่อไป  จากการสอบถาม แม่บ้าน อายุ 39 ปี กล่าวว่า ทำหน้าที่ดูแลบ้านหลังนี้มาประมาณ 2 เดือน โดยเจ้าของบ้านเป็นนักธุรกิจค้าขายที่ดิน และจะกลับบ้านอาทิตย์ละครั้ง ไม่ค่อยมีเพื่อนมาบ้านเท่าไร โดยปกติจะเห็นปืนของกลางอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ซึ่งตนไม่ทราบว่าเป็นของจริง หรือ ของปลอม  อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ จะนำของกลางทั้งหมดกลับไปตรวจสอบ และติดตามตัวเจ้าของบ้านมาดำเนินคดีต่อไป

ดอร์ทมุนด์ ฮึ่มใส่ โอบาเมยัง สั่งห้ามพูดเรื่องย้ายทีมอีก

ดอร์ทมุนด์ ฮึ่มใส่ โอบาเมยัง สั่งห้ามพูดเรื่องย้ายทีมอีก
ดอร์ทมุนด์ ฮึ่มใส่ โอบาเมยัง สั่งห้ามพูดเรื่องย้ายทีมอีก

หลังจากที่ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง สไตรเกอร์ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาพูดถึงโอกาสในการย้ายสโมสรหลังจบฤดูกาลนี้ไปหมาด ๆ ประธานเสือเหลืองก็ออกมาสั่งให้นักเตะของตัวเองปิดปากเงียบทันที

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ สไตรเกอร์ชาวกาบอง เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอนาคตบนเส้นทางลูกหนังของตัวเองว่า อยากจะย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่าเต็มทนแล้ว จน มิคาเอล ซอร์ค ผ.อ.ทีมเสือเหลืองโมโห สั่งห้าพูดอะไรส่งเดชอีกต่อไป

“เราได้ประชุมกันอย่างเคร่งเครียดกับ โอบาเมยัง และสั่งเขาให้พูดน้อย ๆ ลงหน่อยเวลามีสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องอะไรทำนองนี้” ซอร์ค กล่าว

“ผมกับ โอบาเมยัง สนิทกันมาก แต่เราก็ยังมีอะไรที่ต้องทำอยู่เพื่อแสดงให้เห็นถึงสมาธิ ความตั้งใจในแต่ละเกม”

สื่อเวียดนามเผย! “เมื่อไม่มีเรา ไทยก็แข็งแกร่ง” ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน

สื่อเวียดนามเผย! "เมื่อไม่มีเรา ไทยก็แข็งแกร่ง" ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน
สื่อเวียดนามเผย! “เมื่อไม่มีเรา ไทยก็แข็งแกร่ง” ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน

หลังจบการแข่งขันฟุตซอล ชิงแชมป์อาเซียน 2016 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2560 ด้วยการที่ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันรายการนี้ได้สำเร็จ และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 12 ของฟุตซอลทีมชาติไทย ในขณะที่อันดับที่ 2 คือเมียนมา และอันดับที่ 3 คือมาเลเซีย

หลังจบการแข่งขัน “หง็อก เดียบ” คอลัมนิสต์เว็บไซต์ bongdanet.vn ได้เขียนถึงการที่ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยได้แชมป์ว่า ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ เมื่อทีมฟุตซอลทีมชาติเวียดนามไม่ได้เข้าร่วมแข่งขัน ทีมชาติไทยก็แข็งแกร่งเปรียบดั่ง “พายุ”

ขาดเวียดนาม ไทยก็แข็งแกร่งเปรียบดั่ง “พายุ” ในการแข่งฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน หลังจากที่การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 ต้องถูกเลื่อนการแข่งขันออกไปเป็นปี 2017 เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในช่วงการไว้อาลัย และด้วยเหตุนี้ ทีมชาติเวียดนาม จึงไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน

ไทยและเวียดนามคือทีมฟุตซอลที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คำกล่าวนี้ไม่ได้กล่าวขึ้นมาลอยๆ แต่อ้างอิงได้จากการที่ ทั้งไทยและเวียดนาม ต่างก็เป็นทีมที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่ประเทศ โคลอมเบีย เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา และจากเดิมการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย แต่เมื่ออยู่ในช่วงการไว้อาลัย ทำให้การแข่งขันต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

และเมื่อสามารถกำหนดวันที่จะทำการแข่งขันใหม่ที่กรุงเทพได้ เวียดนามก็ไม่สามารถส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันได้เพราะ เป็นช่วงเดียวกันกับวันหยุดปีใหม่ของเวียดนาม และเป็นวันที่นักเตะส่วนมากจะใช้เวลากับครอบครัว และเดินทางกลับบ้าน ทำให้การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ ต้องขาดทีมที่เคยได้ไปฟุตซอลโลก 2016 เข้าร่วมการแข่งขันไปอีก 1 ทีม ในขณะที่ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ไทยสามารถเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย และนั่นทำให้ไทยเป็นที่แกร่งที่สุดในการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ปีนี้

ในขณะเดียวกัน ทีมฟุตซอลทีมชาติเมียนมาเองก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการสามารถเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติไทยได้สำเร็จ แต่แม้พวกเค้าจะทำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มันก็ยังไม่ดีพอที่จะต่อกรกับทีมชาติไทย ทำให้ต้องพ่ายแพ้ไป 1-8 ประตู โดยไทยยิงได้ครึ่งเวลาละ 4 ประตู ส่วนการแข่งขันชิงอันดับ 3 ทีมชาติมาเลเซีย เป็นฝ่ายเอาชนะทีมชาติ ติมอร์ เลสเต้ไป 8-1

ศานิตย์ ยืนยัน พบศพเซลล์แมนแล้ว ญาติจำรอยสักได้

ศานิตย์ ยืนยัน พบศพเซลล์แมนแล้ว ญาติจำรอยสักได้
ศานิตย์ ยืนยัน พบศพเซลล์แมนแล้ว ญาติจำรอยสักได้

จากกรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือ เบิร์ด อายุ 35 ปี เซลล์ขายรถยนต์ย่าน เกษตร-นวมินทร์ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2559 โดยทางภรรยาได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 20 ธ.ค. นายรัติภูมิ ได้โทรหาผู้จัดการที่ทำงานน้ำเสียงสั่นเครือบอกว่า “ช่วยผมด้วย” และมีเสียงเหมือนกำลังวิ่งหนี ก่อนจะขาดการติดต่อไป

ล่าสุด (6 ม.ค.) เมื่อเวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิ เซลล์แมนหนุ่มแล้ว อยู่ที่ รพ.ศิริราช โดยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2559 เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่รพ.ศิริราช ได้รับตัวคนไข้ผู้ป่วย เพศชาย ไม่ทราบชื่อ ซึ่งเข้ามารักษาตัวโดยอาการเกร็ง ใบหน้า เขียวช้ำ และพบว่าที่บริเวณมือ มีสารสีขาวคล้ายยาเสพติดประมาณ 1 กรัม เข้ารักษาตัว กระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 30 ธ.ค. 2559 เวลา 08.30 น.

โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันพบศพ นายรัติภูมิ หนุ่มเซลล์แมนที่หายตัวไปกว่า 1 เดือนแล้ว หลังญาติจำรอยสักที่ข้อมือซ้ายได้ อีกทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋ายังตรงกับข้อมูลในวันที่หายตัวไป ตรวจสอบเบื้องต้นคาดผู้เสียชีวิตเสพยาเกินขนาด

ปิกอัพขนระเบิดซ้อมรบกลับฐาน ยางแตกเสียหลักชนต้นไม้ไฟลุกไหม้ ครูฝึกทหารบาดเจ็บ 8ราย

ปิกอัพขนระเบิดซ้อมรบกลับฐาน ยางแตกเสียหลักชนต้นไม้ไฟลุกไหม้ ครูฝึกทหารบาดเจ็บ 8ราย
ปิกอัพขนระเบิดซ้อมรบกลับฐาน ยางแตกเสียหลักชนต้นไม้ไฟลุกไหม้ ครูฝึกทหารบาดเจ็บ 8ราย

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 6 ก.พ. ร.ต.อ.อภิวัฒน์  สู่สุข รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ข้างทางและมีไฟลุกไหม้  บริเวณริมถนนลาดยาง มุ่งหน้าสู่อำเภออรัญประเทศ สายบ้านแซร์ออ–บ้านสระหิน หมู่ 8  ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้(แคป) สีดำ ทะเบียน บฉ-383 นครนายก ชนต้นไม้ริมทางและมีไฟลุกไหม้ โดยมีผู้บาดเจ็บ 8ราย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล

สอบสวนเบื้องต้น  ทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้งหมด เป็นเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์  เพิ่งเสร็จสิ้นจากการฝึกในสถานที่ฝึกของกองพันทหารราบ ที่ 2 กรมทหารราบ ที่ 12  และกำลังเดินทางกลับไปยัง กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์  ขณะขับออกจากค่ายฝึกได้เพียง 3 กม. รถยนต์เกิดยางระเบิด ทำให้เสียหลักไปชนต้นไม้ข้างทาง และเกิดไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 8 ราย   ทั้งหมดได้ถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ 6 ราย โรงพยาบาลวัฒนานคร 2 ราย  เบื้องต้นทหารทั้งหมดอยู่ในอาการสาหัสถูกไฟไหม้ตามร่างกายและมีบาดแผลถูกระเบิดร่างกายฉีกขาดหลายแห่ง

สุดสลด! เจ้าตูบเฝ้าศพชายชรา ผู้เป็นนายไม่ห่าง หลังช็อกหัวใจวายเฉียบพลัน

สุดสลด! เจ้าตูบเฝ้าศพชายชรา ผู้เป็นนายไม่ห่าง หลังช็อกหัวใจวายเฉียบพลัน
สุดสลด! เจ้าตูบเฝ้าศพชายชรา ผู้เป็นนายไม่ห่าง หลังช็อกหัวใจวายเฉียบพลัน

เจ้าตูบพันธุ์ไทย เพศผู้วัย 2 ปี เฝ้าศพชายชราไม่ห่างหลังจากพลเมืองดีพบเป็นศพนอนหงายหน้าไม่ใส่เสื้อ เจ้าหน้าที่คาดหัวใจวายเฉียบพลัน

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2560 บริเวณบ้านร้างเลขที่ 39 ซอยชยางกูร 2.1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พบศพนายประยงค์  นอนหงายไม่สวมเสื้อ กางเกงขายางสีดำ ตรวจสอบสภาพศพไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยว่า 4-6 ชั่วโมง

รอบศพเหตุพบเศษขวดเหล้าขาวแตกกระจายหลายจุด ใกล้กันเจ้าหน้าที่พบสุนัขพันธ์ไทยสีขาว (ไม่ทราบชื่อ) เพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ของนายประยงค์ เดินวนเวียนรอบศพ

สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงเล่าว่านายประยงค์ มีนิสัยชอบดื่มสุราเป็นประจำ พอตกเย็นก็จะมานั่งดื่มสุราด้วยกันบริเวณบ้านจุดเกิดเหตุ ส่วนสุนัขพันธ์ไทยที่พบ เป็นสุนัขของนายประยงค์ที่เลี้ยงไว้และรักมาก คาดว่านายประยงค์เสียชีวิตเจ้าตูบตัวนี้คงจะเสียใจเดินวนเวียนเฝ้าศพเจ้านายไม่ห่าง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องคอยกันออกจากเชือกกั้น อีกทั้งเจ้าตูบยังมีท่าทีเสียใจกระดิกหางเอาหน้าซุกประชาชนที่อยู่ละแวกนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่านายประยงค์ น่าจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัวหรือดื่มสุรามากจนทำให้หัวใจวายฉับพลัน

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสรรสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนอีกครั้งว่า เศษขวดสุราที่พบในจุดเกิดเหตุเกี่ยวข้องกับสาเหตุการตายหรือไม่ ก่อนจะมอบศพให้ญาติรับศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สุดอึ้ง! รวบคนร้ายข่มขืนเด็ก หนีบวชนาน 14 ปี จนได้เป็นเจ้าอาวาส

สุดอึ้ง! รวบคนร้ายข่มขืนเด็ก หนีบวชนาน 14 ปี จนได้เป็นเจ้าอาวาส
สุดอึ้ง! รวบคนร้ายข่มขืนเด็ก หนีบวชนาน 14 ปี จนได้เป็นเจ้าอาวาส


ตร.ตามรวบพระภิกษุ เคยก่อคดีข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ก่อนหนีมาบวช และบวชนานกว่า 14 ปี ทำให้ชาวบ้านไว้ใจ จนได้เป็นที่วัดดังแห่งหนึ่งใน จ.ตรัง

วันที่ 5 ก.พ.60 เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 8 นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา นายเรือง  อายุ 75 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ตามข้อกล่าวหากระชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีและบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งคดีนี้มีอายุความ 20 ปี

โดยพฤติการณ์ในการจับกุมผู้ต้องหาได้เข้าบ้านพักผู้เสียหายอายุไม่เกิน 15 ปี กระทำชำเราผู้ต้องหา เข้าไปข่มขืนทุกวันอาทิตย์ เวลาประมาณตี 4 – ตี 5 เนื่องจากปู่กับย่าไม่อยู่บ้าน ซึ่งได้กระทำชำเราครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค. 2543 ตลอดมาจนถึงปี 2544 เป็นเวลา 1 ปี และเมื่อเข้าปี พ.ศ. 2545 ได้เข้ามาข่มขืนเดือนละครั้ง

ครั้งสุดท้ายเดือน ก.ย. 45 ทางญาติทราบเรื่องจึงได้เข้าแจ้งความ ผู้ต้องหาจึงหลบหนี ซึ่งได้ข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มาเป็นเวลา 3 ปี ก่อนมาบวชที่วัดดังในตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จ.ตรัง

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดอุทัยธานีได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมเข้าทำการจับกุม พระเรือง หรือนายเรือง ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ได้หลบหนีมาบวชอยู่ที่วัดดังแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง หนีมาบวชเป็นระยะเวลา 14 ปี จนชาวบ้านได้ไว้ใจและศรัทธาได้ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดในพื้นที่ดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำการสึกและต่อจากนั้น  จะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งให้กับเจ้าของคดีที่ สภ.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปลุกพลัง! “ปธ.ค้างคาวไฟ” อัดฉีด 1 ล้านหวังสร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์ลิ่ว ACL

ปลุกพลัง! "ปธ.ค้างคาวไฟ" อัดฉีด 1 ล้านหวังสร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์ลิ่ว ACL
ปลุกพลัง! “ปธ.ค้างคาวไฟ” อัดฉีด 1 ล้านหวังสร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์ลิ่ว ACL

ความเคลื่อนไหวของทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี หลังผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ ฟุตบอลถ้วยเอเชีย “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017” โดยจะไปเยือน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ทีมยักษ์ใหญ่จากจีน ในวันที่ 7 ก.พ.นี้

ล่าสุด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี ได้ประกาศอัดฉีด 1 ล้านบาทหาก “ค้างคาวไฟ” สามารถล้มยักษ์และสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ

“ต้องยอมรับว่า เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี มีผู้เล่นที่เหนือกว่าทีมของเราอย่างมาก พวกเขาล้วนมีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เวิลด์คัพ ส่วนเราเป็นทีมแบบไทยๆ แต่นี่ถือเป็นโอกาสที่เราจะได้ไปเจอกับทีมระดับนี้ และเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของทีมด้วยว่าหากเราไม่เสียประตู หรือเสมอ หรือเอาชนะได้ ทั้งหมดจะเป็นผลงานและฝีมือของสตาฟฟ์โค้ชและผู้เล่นทุกคน”

“ผมได้ให้แนวนโยบายว่า เราไม่จำเป็นต้องบุกมาก เพราะจากบทเรียนในเกมไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2017 ที่พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด แม้เราจะบุก จะสู้เต็มที่ แต่ก็แพ้มาก ดังนั้น เราต้องทำอย่างไร แม้รูปเกมอาจไม่สวย แต่ต้องไม่เสียประตู”

“เกมนัดนี้เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งผมได้บอกกับลูกทีมว่าหากเราสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ผมมีเงินอัดฉีดให้ 1 ล้านบาทเพื่อเป็นพลังใจให้กับทุกคนในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรและชื่อเสียงของประเทศชาติ” ประธานใหญ่ “ค้างคาวไฟ” กล่าวทิ้งท้าย

กุญแจสำคัญ! เผยสถิติสุดเทพของ “ก็องเต้” ที่เจ๋งชนิดไร้คู่ต่อกรในพรีเมียร์ลีก

กุญแจสำคัญ! เผยสถิติสุดเทพของ "ก็องเต้" ที่เจ๋งชนิดไร้คู่ต่อกรในพรีเมียร์ลีก
กุญแจสำคัญ! เผยสถิติสุดเทพของ “ก็องเต้” ที่เจ๋งชนิดไร้คู่ต่อกรในพรีเมียร์ลีก

พาไปชมสถิติที่ “สกาย สปอร์ตส์” สื่อดังของประเทศอังกฤษได้วิเคราะห์ออกมา โดยมี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวรับของเชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นพระเอกของงานนี้

จากเกมลีกล่าสุดที่ต้นสังกัด เชลซีบุกไปเสมอกับลิเวอร์พูลแบบน่าชนะ ถ้าหาก ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกของสิงห์บลูส์ไม่พลาดลูกจุดโทษไปเสียก่อน มีสถิติระบุว่า ก็องเต้ ทำการเข้าปะทะแย่งบอลไปได้ถึง 14 ครั้ง

ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดที่นักเตะคนนึงจะทำได้ในเกมเดียวของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทิ้งห่างอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ เดยัน ลอฟเรน และ จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม ของลิเวอร์พูล ที่ทำได้แค่ 3 ครั้ง แบบขาดลอย นอกจากนี้ สื่อดังแดนผู้ดียังเผยอีกว่า ถ้านับแค่ 3 ฤดูกาลหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสทำสถิติแย่งบอลสำเร็จมากที่สุด ทั้งๆที่เจ้าตัวเพิ่งย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษได้ไม่ถึง 2 ปีเต็ม เรียกได้ว่าทำได้สำเร็จมากกว่าคนอื่นๆที่อยู่มานานกว่าด้วยซ้ำ

โดยเขาลงเล่นในลีกไป 59 นัด (เลสเตอร์ ซิตี้ 2015-16, เชลซี 2016-ปัจจุบัน) แย่งบอลไปได้มากถึง 253 ครั้ง เฉลี่ยตก 4.28 ครั้ง/นัด

อันดับ 2 ร่วม แย่งบอลได้ 252 ครั้งเท่ากัน ได้แก่ เนมันย่า มาติช คู่หูแดนกลางเพื่อนร่วมทีมสิงห์บลูส์ จากการลงเล่น 91 นัด และ เอริก ปีเตอร์ส แนวรับสโต๊ค ซิตี้ จากการลงเล่น 87 นัด

ส่วนอันดับ 4 มาจากเชลซีเช่นกัน ได้แก่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ลงเล่น 89 นัด แย่งบอลได้ 251 ครั้ง