สายหยุด สรรพคุณและประโยชน์ของดอกสายหยุด

   ต้นสายหยุดและต้นการเวกจะมีลักษณะของดอกที่คล้ายคลึงกัน แต่ดอกของสายหยุดจะมีลักษณะเป็นกลีบยาวและบิดเป็นเกลียว ในขณะที่ดอกของการเวกจะมีเนื้อกลีบที่หนากว่าและไม่บิดเป็นเกลียวเหมือนดอกสายหยุด

 

ลักษณะของสายหยุด
ต้นสายหยุด มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ ตลอดจนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่ ต่อลงไปจนถึงแหลงมลายู ซึ่งประเทศไทยก็เป็นแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของต้นสายหยุดด้วย โดยพบขึ้นกระจายอยู่ทั่วประเทศ จัดเป็นไม้เถาเลื้อยหรือไม้พุ่มรอเลื้อย มีความยาวหรือความสูงได้ประมาณ 1-5 เมตร เปลือกเถาเรียบเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ตามกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่หนาแน่น มีรูระบายอากาศ พอกิ่งแก่จะเกลี้ยงเป็นสีดำและมีช่องอากาศจำนวนมาก ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและการตอนกิ่ง ปลูกได้ในดินทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถเก็บความชื้นได้ดี น้ำท่วมไม่ถึง ชอบความชื้นปานกลางและแสงแดดแบบเต็มวัน มักพบขึ้นตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และตามป่าเบญจพรรณตั้งแต่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลจนถึง 600 เมตร

ใบสายหยุด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลมหรืออาจพบติ่งแหลม โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร หลังใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน ส่วนท้องใบเรียบเป็นสีเขียวนวล เนื้อใบบางและเหนียว มีขนกระจายอยู่ทั้งสองด้าน พบมากที่ใบอ่อนและแผ่นใบด้านล่าง ใบอ่อนเป็นสีแดง มีเส้นแขนงใบประมาณ 8-10 คู่ มีก้านใบยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร

ดอกสายหยุด ออกดอกเดี่ยว โดยจะออกด้านล่างตรงข้ามกับใบ ตอนเริ่มออกเป็นสีเขียวและต่อมาดอกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงสีส้มอ่อน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-8 เซนติเมตร กลีบดอกมี 6 กลีบ แบ่งเป็น 2 ชั้น กลีบดอกชั้นนอกแยกกันมี 3 กลีบ ลักษณะเป็นรูปขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมรูปรี มีขนาดกว้างประมาณ 1.3-1.8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-13 เซนติเมตร แต่ละกลีบมีลักษณะบิดงอ โคนกลีบดอกมีรอยคอดใกล้กับฐานดอก ปลายแหลม โคนตัด ส่วนขอบเรียบหรือเป็นคลื่น มีขนนุ่มกระจายอยู่ทั้งสองด้าน และกลีบดอกด้านในมี 3 กลีบ เรียงจรดและแยกกัน มีขนาดเล็กและสั้นกว่ากลีบดอกชั้นนอก ลักษณะเป็นรูปขอบขนานหรือรูปหอก มีขนาดกว้างประมาณ 0.5-1.3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2-7 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนตัด โดยเหนือโคนกลีบเล็กน้อยมักคอดเว้า ส่วนขอบเรียบ และมีขนสั้นนุ่มทั้งสองด้าน ดอกมีเกสรเพศผู้ 150-240 อัน ลักษณะเป็นรูปคล้ายทรงกระบอก ยาวประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร อับเรณูเกลี้ยงเป็นสีเหลือง อาจพบขนเล็กน้อยที่โคน ส่วนเกสรเพศเมียแยกกัน 30-50 อัน ในแต่ละอันมี 5-7 ออวุล ลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มีขนาดกว้างประมาณ 0.5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาล มีขนหนาแน่นตามก้านเกสรเพศเมีย ส่วนกลีบเลี้ยงมีขนาดเล็กสีเขียวเรียงห่างกันเล็กน้อย มี 3 กลีบ ลักษณะเป็นรูปค่อนข้างสามเหลี่ยม กว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายกลีบจะกระดกขึ้น ปลายแหลม โคนตัด ส่วนขอบเรียบ มีขนกระจายทั้งสองด้าน ดอกมีกลิ่นหอม และบานอยู่ได้นาน ส่วนก้านดอกยาวประมาณ 2-8 เซนติเมตร มีขนกระจายทั่วไป โดยจะออกดอกมากในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม

ผลสายหยุด ออกผลเป็นกลุ่ม มีประมาณ 5-35 ผลย่อย ผลย่อยแต่ละผลจะมีลักษณะคล้ายลูกปัดคอด คือจะคอดเป็นข้อ ๆ ระหว่างช่วงเมล็ด ได้ถึง 7 ข้อ แต่ละผลจะมีขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ผิวผลเรียบเป็นมัน ผลสดหรือผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีดำ เป็นมัน และห้อยลง ก้านผลย่อยยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร ก้านช่อผลยาวประมาณ 2-3.5 เซนติเมตร มีขนขึ้นกระจายตามก้านผลและก้านผลย่อย ภายในผลย่อยหนึ่งผลจะมีเมล็ดประมาณ 2-5 เมล็ด มีรอยคอดระหว่างเมล็ดชัดเจน เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมกลมหรือรูปรี ผิวเมล็ดเกลี้ยยงและเป็นสีน้ำตาล มีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 0.6-0.8 เซนติเมตร โดยจะติดผลในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

สรรพคุณของสายหยุด
1.ดอกสดใช้เข้ายาหอม บำรุงหัวใจ (ดอก)
2.ช่วยแก้ลมวิงเวียน (ดอก)
3.รากและดอกมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ (ราก,ดอก)
4.ตำรายาไทยใช้รากเป็นยาแก้ท้องร่วง (ราก)
5.รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องเดิน (ราก)
6.ใช้เป็นยาแก้บิด (ราก)
7.ตำรายาพื้นบ้านทางภาคอีสานจะใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดเมื่อย (ราก)
8.ต้นและรากใช้เข้ายาหอม หรือเข้ายาอาบอบ รักษาอาการติดยาเสพติด (ต้นและราก)